ไม่เพียงแค่ "กินอะไร" แต่ "กินอย่างไร" และ "เมื่อไหร่" ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายและพร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน
การปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป หรือการงดอาหารเช้าแล้วไปทานมื้อใหญ่รวดเดียวในตอนเย็น อาจทำให้รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง และรบกวนการพักผ่อนในช่วงกลางคืน การจัดสรรเวลาทานอาหารให้ตรงเวลาในปริมาณที่พอเหมาะ ช่วยรักษาสมดุลของพลังงาน
ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว การสูญเสียเหงื่อเกิดขึ้นได้ง่าย การดื่มน้ำเปล่าอย่างสม่ำเสมอตลอดวันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ น้ำช่วยรักษาสมดุลของอุณหภูมิร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น ไม่เพลีย และมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานที่เป็นธรรมชาติของร่างกาย
พกกระบอกน้ำส่วนตัวติดกระเป๋าเวลาขึ้น BTS/MRT หรือวางไว้บนโต๊ะทำงาน จิบน้ำบ่อยๆ แทนการรอดื่มรวดเดียวเมื่อรู้สึกกระหายจัด
หลายครั้งที่เรานั่งทำงานต่อเนื่องทันทีหลังทานข้าวเที่ยงเสร็จ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ด้วยการขยับตัวเบาๆ
การเดินเล่นสัก 10-15 นาที ไม่ว่าจะเป็นการเดินยืดเส้นยืดสายรอบออฟฟิศ เดินไปซื้อกาแฟปากซอย หรือเดินไปตลาดใกล้บ้าน การขยับร่างกายเบาๆ ช่วยลดความรู้สึกอึดอัด สนับสนุนระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ร่างกายรู้สึกคล่องตัว
วันที่ทานอาหารรสจัดหรือมื้อหนัก มักทำให้รู้สึกตัวหนักและไม่อยากเคลื่อนไหว
การเลือกเมนูที่ย่อยง่ายในมื้อเย็น ช่วยให้ตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกเบาสบาย
การลุกเดินยืดเส้นยืดสายทุกๆ 1 ชั่วโมงระหว่างทำงาน ช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายได้ดี